วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ลักษณะเด่นของวุ้นผง



         " ลักษณะเด่นของวุ้นผง "
  1. ถูกปากและเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ จากการสุ่มตัวอย่างผู้เข้าชมงาุนแสดงสินค้า BOI Fair 2000 สำรวจคนจำนวน 3,045 คน พบว่านิยมรับประทานเนื้อวุ้น (Texture) เป็นจำนวนถึง 2,607 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 86 จึงให้ความมั่นใจกับผู้ใช้ว่า เป็นวุ้นที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับรสนิยมของคนในประเทศอย่างแท้จริง
  2. วุ้นผงอุ้มน้ำได้ดี Agar เป็นสาร Hydrocolloid ใช้ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue culture) วุ้นอุ้มน้ำได้ดีเป็นตัวกลางช่วยให้พืชตั้งลำต้นขึ้นตรงได้ดีกว่า แม้ในระยะเวลา 2 เดือนที่ต้นอ่อนเติบโตในขวด ระดับวุ้นยังใกล้เคียงสภาพเดิมมากกว่า โดยรากเติบโตในเนื้อวุ้นได้ดี ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากหน่วยงานและสถาบันต่างๆทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างกว้างขวาง

ที่มาของวุ้น

 
     วุ้น เป็นสารประกอบ Hydrocolloids ได้จากการสกัดสาหร่ายแดง Gracilaria หน่วยย่อยพื้นฐานของวุ้นเป็นสารประกอบ Polysaccharide กลุ่ม Galactose



                            สาหร่ายแดง Gracilaria
     วุ้น (AGAR) มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ ให้สารคงรูปที่มีลักษณะแข็ง ยืดหยุ่น ที่เรียกว่า Gel เมื่อ Gel ได้รับความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 85 องศาเซลเซียส ก็จะหลอมละลายอยู่ในรูปของเหลว แต่สามารถย้อนกลับมาอยู่ในรูป Gel อีกครั้ง เมื่ออุณหภูมิลงมาที่ 35-40 องศาเซลเซียส ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวทำให้ Agar เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมด้านต่างๆ

สำรวจตลาด

สำรวจตลาด
ขั้นตอนต่อมาเราจะเริ่มหารายละเอียดเพิ่มเติมในจุดต่างๆ วิธีการก็คือการทำแบบสอบถามง่ายๆ ขั้นตอนมีดังนี้

1. สร้างแบบสอบถาม วิธีก็คือให้ถามตัวเองว่าเราอยากรู้อะไร เช่น คุณเป็นใคร อายุ อาชีพ เพศ แล้วคุณเคยดื่มอะไรบ้าง คุณเคยดื่มน้ำผลไม้ปั่นหรือไม่ ชอบมั้ย ดื่มบ่อยมั้ย ราคาควรเป็นเท่าไร.........อยากรู้อะไรถามเลย

2. ออกสำรวจ วิธีการออกสอบถามง่ายๆ ก็คือเอาเพื่อนๆ และฝากเพื่อนไปถาม เพื่อนของเพื่อน หากเพื่อนไม่ใช่คนที่เราอยากถาม ก็ถามน้อง หรือเพื่อนน้อง ถามญาติพี่น้อง หรือหากกล้าและมีเวลาออกสำรวจตลาดจริงๆก็จะดี และได้รับรู้ข้อมูลที่ดีกว่า หลักง่ายๆคือถามให้ถูกคน และถามให้ได้จำนวนคนที่มากพอ

3. วิเคราะห์ผล เราคงไม่ต้องไปพิสูจน์ผลที่ได้มาด้วย วิธีทางสถิติเพราะมันจะยากไป อย่างไรก็ตามการคำนวณง่ายๆ ประเภทเปอร์เซ็น ตอบรับ และปฏิเสธเป็นเท่าไรควรจะต้องทำบ้าง หลังจากที่อ่านและรวบรวมผลต้องบันทึกผลเอาไว้ด้วย

ความผิดพลาดที่มักเกิดจากการทำสำรวจ
1. คุยกับทุกคน ยกเว้นคนที่จะเป็นลูกค้า
2. พยายามขายสินค้าแทนที่จะเพียงถาม
3. อัดคำถามเข้าไปเพียงต้องการคำตอบ โดยไม่ให้เวลาคิด
4. ลืมไปว่าที่ การตอบรับมาดี เพราะเราตั้งราคาไว้ต่ำ
5. ลืมวิเคราะห์ผลของการตอบโต้ของคู่แข่งที่อาจจะเกิด

การวิเคราะห์ตลาด

จุดประสงค์ของการวิเคราะห์ตลาดก็เพื่อดูว่า สิ่งที่เป็นไปในตลาดเป็นไปอย่างที่เราคิดไว้หรือไม่ ผมเชื่อว่าท่าน คงมั่นใจในสิ่งที่ท่านคิดจะทำอยู่มากแต่ลองมาดูว่าในโลกของความเป็นจริงมันเป็นอย่างไรโดยการพยายามตอบคำถามง่ายๆให้ได้ว่า
  • ใครจะเป็นผู้ซื้อของเรา
  • ทำไมเขาถึงจะมาซื้อกับเรา
ในการวิเคราะห์ตลาดของมืออาชีพเขาจะจ้างคนมาทำการสำรวจความคิดเห็น และนำไปวิเคราะห์ประกอบกับข้อมูลจำนวนมากที่เขามีอยู่ แต่เราคงไม่เสียเงินไปทำแบบนั้นแน่ๆ สิ่งง่ายๆที่เราทำได้คือการ “สังเกต” เอากันง่ายๆ เช่น ถ้าจะเปิดร้านขายน้ำผลไม้สดปั่นที่สยาม ก็ให้เริ่มไปสังเกต
สังเกตตลาด

1. สังเกตร้านแบบนี้ที่มีอยู่แล้วในทุกๆแห่ง ว่าใครเป็นคนซื้อ ขายดีมั้ย หากได้พูดคุยกับคนขายด้วยก็ดี แต่อย่าลืมว่า เรามาเพื่อเก็บข้อมูลเท่านั้นอย่าไปถ้อใจ ถ้าหากเห็นว่าร้านที่มีอยู่แล้ว ขายไม่ดีนักเพราะเรายังไม่ได้เริ่มทำ แต่ควรหาข้อมูลว่าทำไมจึงขายไม่ดี ในบางครั้งร้านค้าแบบเดียวกัน คนหนึ่งทำแล้วรุ่ง อีกคนทำแล้วเจ๊งก็มีเยอะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องวิตก ในทางตรงกันข้าม หากแนวร้านค้าที่คุณจะทำขายดีมาก แม้จะเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องมาวิเคราะห์แนวโน้มแล้วว่าคนจะแห่มาทำหรือไม่ เราช้าไปหรือเปล่าด้วย

2. ให้สังเกตการซื้อการขาย ของร้านที่คล้ายๆกับเราในที่ๆเราจะทำเช่น ในสยาม ร้านพวกนี้อาจจะเป็นคู่แข่งเรา หรืออาจจะช่วยกันโตก็ได้ ไม่ต้องคิดมาก ให้พยายามตอบให้ได้ว่า ใครมาซื้อ และ ทำไมเขามาซื้อ (ทำเล สินค้า การตกแต่ง การบริการฯลฯ)

3. ให้สังเกตพฤติกรรมของคนที่เราคิดว่าจะเป็นลูกค้าเรา ว่าเขาชอบอะไร เขาซื้ออะไร ทำไมซื้อ

จบจากการสังเกตการณ์ เราก็พอจะทราบคร่าวๆว่า ใครจะมาซื้อเราและทำไมถึงซื้อ แต่ผมคิดว่าคุณคงยังไม่มั่นใจและเบลอๆ เพราะจริงๆข้อมูลที่ได้ จากการสังเกตถือว่าน้อยมาก ขอฝากอย่างหนึ่งว่า เราควรใช้เวลาในการสังเกตยาวนานพอสมควร และมากกว่า 2 ครั้งที่เป็นคนละวัน บางครั้งบังเอิญเราไปในช่วงที่เงียบๆ ก็อาจ จะมาด่วนสรุปผลว่าไม่ดีได้  

การตั้งราคาวุ้น


 
    " ราคาขายวุ้นตั้งอย่างไร "
      - ดูในท้องตลาด ดูรูปแบบด้วย เทียบกับต้นทุนของเราด้วยว่าเราจะรับราคานั้นไหวมั้ย เทียบกับค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ไมใช่แต่เฉพาะวัตถุดิบและขั้นตอนการทำต้องคิดถึงค่าแก๊ส ค่าหีบห่อ ค่าขนส่ง
      -อาชีพขายวุ้น เป็นที่น่าสนใจ เพราะผู้ใหญ่หลายคนไม่ชอบรับประทานเค้กเพราะกลัวจะอ้วน แต่วุ้นนี่รับประทานได้เรื่อย ๆ มันเย็น ไม่อ้วนแช่ตู้เย็นรับประทานได้หลายวัน

การตลาด



    " การตลาด "
    - อันดับแรกของการตัดสินใจทำอาชีพนี้ ควรสำรวจตลาดก่อน ว่าจะขายอย่างไร กลุ่มลูกค้าเป็นอย่างไร ชอบวุ้นสีหรือวุ้นกะทิ หรือถ้าเป็นกลุ่มเด็ก ๆ วัยรุ่นก็ควรมี
รูปสัตว์ ผลไม้ ที่สำคัญขายได้ดีมากในช่วงเทศกาล
     **ข้อควรคำนึง - ผู้ผลิตควรสนใจเรื่องความสะอาด และบรรจุหีบห่อ เพื่อให้ได้วุ้นที่น่ารับประทาน เป็นที่น่าสนใจของผู้บริโภค
    
     - วุ้นกะทิ ควรใช้กะทิสด และไม่ใช้มะพร้าวทีมีร่องรอยของกะลาดำๆ เพราะสีวุ้นจะไม่สวย
     -
หากวางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต ควรจะบรรจุหีบห่อให้มิดชิด ป้องกันการปนเปื้อนยืดอายุการเก๊บ
     -
วุ้นควรอยู่ที่อุณหภูมิ ประมาณ 8-10 องศาเซลเซียส และไม่ควรไว้เกิน 1 สัปดาห์ วุ้นจะไม่เสียแต่รสชาติจะเสียไป

เคล็ดไม่ลับในการทำวุ้น


 
 
       " เคล็ดไม่ลับในการทำวุ้น "

1. เลือกใช้ผงวุ้นที่มีคุณภาพ อาจต้องนำวุ้นนั้นมาลองกับสูตรก่อน

2. การเคี่ยววุ้นควรต้นให้ผงวุ้นละลายทั้งหมดก่อนที่ อุณหภูมิประมาณ 90 องศาเซลเซียสเพื่อใช้ผงวุ้นอุ้มน้ำและพองตัว

3. ไม่ควรเคี่ยววุ้นด้วยไฟแรงเกินไป จะทำให้ส่วนผสมงวด วุ้นที่ได้จะไม่เหนียว เนื้อวุ้นจะแข็งคะ

4. วุ้นที่ได้จะมีลักษณะที่เหนียวและยืดหยุ่นได้ ควรคนวุ้นบ่อยๆขณะเคี่ยววุ้น จะได้ลักษณะที่ดี

5. อัตราส่วนของการใช้วุ้นต่อน้ำเท่ากับวุ้น 1 ส่วน ต่อน้ำเปล่า 2 ½ -3 ส่วน ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวุ้นที่นำมาใช้

6.อุณหภูมิในการเก็บวุ้นที่เหมาะคือประมาณ 1-5 องศาเซลเซียส